สารอาหารบำบัดโรค

การมีสุขภาพดีนั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของมนุษย์ทุกคนตามคำกล่าวที่ว่า “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครที่หลุดรอดหรือหนีพ้นจากความจริงในเรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะการที่เรามีชีวิตและดำเนินกิจกรรมอยู่ในสังคมเมืองยุคใหม่ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าดีพร้อมและเหมาะสม แม้กระทั่งอาหารที่เราบริโภคอยู่ทุกวันก็อาจจะไม่สะอาดมีเชื้อจุลินทรีย์ เชื้อโรค สารพิษ หรือสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่  ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจพบว่าอัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคภัยที่สำคัญได้แก่ โรคหัวใจ”  และโรคมะเร็ง  ซึ่งล้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อการบริโภคที่ไม่สมดุล  ปัจจุบันนี้คนไทยยังประสบปัญหาเกี่ยวกับภาวะโภชนาการอยู่มาก โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว และคนวัยทำงานในสังคมเมือง มักมีภาวะโภชนาการที่เกินดุลโดยได้รับสารอาหาร พวกแป้ง โปรตีน และไขมัน ในปริมาณที่มากเกินความต้องการของร่างกาย อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตติดอันดับต้นๆของคนไทย

วันนี้คุณอาจจะยังคิดว่าร่างกายของคุณยังแข็งแรงอยู่  แต่ทุกอย่างกำลังก่อตัวขึ้นอยู่ภายในร่างกายของคุณทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งเริ่มปรากฏอาการแสดงต่างๆ เมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลง จนลุกลามไปสู่ภาวการณ์เจ็บป่วย   การใช้สารอาหารบำบัดหรือที่ในบ้านเราเรียกกันว่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” นั้นดูหลายคนจะขยาดและอยากวิ่งหนีเมื่อได้ยินคำนี้เพราะทราบว่าต้องเสียเงิน  แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ในการป้องกันเราจากโรคเสื่อมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด “เซลล์อ่อนแอ” หรือ “เซลล์ขาดอ๊อกซิเจน”  จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องมองหา สารอาหารบำบัด” เพื่อปกป้องและชะลอการเกิดโรคความเสื่อมของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องใช้สารอาหารบำบัด ?

ดร. เรย์ดีเเสตรนด์ ได้ทำการวิจัยเกือบ 10 ปี และมีประสบการณ์รักษาผู้ป่วยมานานได้ชี้ให้เห็นว่าอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายเป็นตัวทำลายเซลล์ให้เสื่อมลงและก่อให้เกิดโรคภัยมากกว่า 70 ชนิด        ซึ่งเหตุปัจจัยในการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายได้แก่ มลภาวะปนเปื้อนใน อาหาร น้ำ  อากาศ   ความเครียดสะสม  การออกกำลัง หรือใช้แรงงานมากเกินพิกัด     การป้องกันไม่ไห้ร่างกายเกิดภาวะเซลล์ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระหรือการเกิดโรคเสื่อมของร่างกายนั้นจะต้องได้รับสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเพียงพอ

ดร. เรย์ดีแสตรนด์ พบว่า คุณประโยชน์ของสารอาหารบำบัด เป็นหลักการสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระและใช้บำบัดรักษาในระดับหน่วยเซลล์  ซึ่งพบว่าวิธีนี้เป็นการรักษาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพให้เซลล์  เพิ่มระดับภูมิต้านทานโรค ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความเสื่อม ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง ข้ออักเสบ ต้อกระจก อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน หอบหืด โรคปอดและรักษาโรคจากความเสื่อมเรื้อรัง     การรักษาโรคด้วยสารอาหารจึงเป็นทางเลือกหนึ่งให้ผู้ป่วยหายจากโรคต่างๆหลายโรคมามากมาย ซึ่งยาเคมีที่ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถกระทำการรักษาได้

คุณควรรับประทาน “สารอาหารบำบัด” หากคุณตอบว่า “ ใช่” เพียงข้อใด ข้อหนึ่ง

  1. คุณไม่ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ทุกมื้อ เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืช ผัก และผลไม้สดไร้สารพิษ 100%
  2. คุณไม่ได้รับประทานผักครบ 5 สีทุกมื้อ หรือรับประทานผักผลไม้ครบ 2 กิโลกรัมทุกวัน
  3. คุณรับประทานอาหารประเภททอด ปิ้ง ย่าง ผัด เป็นส่วนใหญ่ และใช้ความร้อนกับน้ามันพืชเกิน 60˚C (ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระตั้งแต่กระบวนการปรุงอาหาร จนถึงการรับประทานเข้าไป)
  4. คุณไม่ได้ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป
  5. คุณอยากมี “สุขภาพดีไม่มีการเจ็บป่วย” หรืออยากมีสุขภาพดี ดูอ่อนกว่าวัย 10- 30 ปี

by admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *