มารู้จัก ซีบัคธอร์น กันเถอะ….แล้วคุณจะหลงรัก

ซีบัคธอร์น (Seabuckthorn) “เบอร์รี่มหัศจรรย์ และมีมนต์ขลังแห่งที่ราบสูงอินเนอร์มองโกเลีย”
ซีบัคธอร์น พืชโบราณที่มีมนต์ขลัง หนึ่งในพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุยาวนานถึง 65 ล้านปี ซีบัคธอร์น จัดเป็นราชาผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ ที่อุดมไปด้วยคุณค่าของสารอาหารอยู่อย่างมากมาย ในสมัยกรีกโบราณ ได้กล่าวถึงการนำซีบัคธอร์นมาใช้เพื่อบำรุงรักษาม้าศึก ด้วยการนำผล รวมถึงใบ ของซีบัคธอร์น มาใช้ในหลายๆวิธี เพื่อดูแลม้า ให้มีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังวังชา ขนดกมันวาว ด้วยเหตุนี้ ชาวกรีกโบราณจึงเรียกซีบัคธอร์นว่า “ฮิปโปฟาเอ” Hippophae หมายถึง ม้าที่มีขนสวยเป็นเงางาม
“ ประเทศจีนได้มีการค้นพบเรื่องคุณประโยชน์ของซีบัคธอร์น โดยมีการบันทึกลงในตำราโบราณมานานกว่า 2,000 ปี จนถึงปี ค.ศ.1997 “ ซีบัคธอร์น” ได้ถูกบันทึกเป็นทางการ ลงในหนังสือแพทย์จีน ถึงสรรพคุณทางยา สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรค , ดูแลฟื้นฟูสุขภาพ เนื่องจากคุณสมบัติของสารอาหารที่มีอยู่ครบถ้วนจนซีบัคธอร์นได้รับสมญานามว่าเป็น “ พืชที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก” ปัจจุบันนี้ได้มีการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องทั้งใน เอเชีย , ยุโรป , อเมริกา อย่างกว้างขวางในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นักโภชนาการ และ ทางการแพทย์ ”

มารู้จัก ซีบัคธอร์น กันเถอะ….แล้วคุณจะหลงรัก

ชื่อสามัญ : ซีบัคธอร์น (Seabuckthorn) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า : Hippophae Rhamnoides

ต้น ซีบัคธอร์น มีลักษณะเป็นไม้พุ่มยืนต้น มีรากยาวหยั่งลึกเกาะเกี่ยวกันไว้ แผ่ขยายปกคลุมพื้นที่ใต้ดินอย่างกว้างขวาง รากนี้ยังมีคุณสมบัติกักเก็บน้ำได้ดีเหมือนอูฐ ความสูงของต้นเฉลี่ย สูง 50 เซนติเมตร – 6 เมตร เป็นไม้มีหนาม ใบสีเขียวสดใสเรียวยาว สีเข้มอ่อนแตกต่างกันไป มีผลสีส้มทองเล็กๆ ขนาด 6 – 9มิลลิเมตร ลักษณะเป็นพวง ๆ รสชาติเปรี้ยวฝาด ใน 1 ผล จะมี 1 เมล็ด เมล็ดของซีบัคธอร์น นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญ ที่สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมัน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าอย่างสมบูรณ์แบบ ผล เมล็ดเนื้อและเปลือก 1,000 กิโลกรัม หรือ 1 ตัน สามารถสกัดออกมาเป็นน้ำมัน ได้เพียง 3 กิโลกรัม เท่านั้น ต้นของซีบัคธอร์น จะมีดอกในช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม มีผลสุกเต็มที่ในช่วงปลายกันยายน ของทุกๆปี และการออกผลนี้มีเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

ชีวิตของ ซีบัคธอร์น ต้นซีบัคธอร์นชอบอากาศหนาว สามารถเติบโตได้ดีบนที่ราบสูง และเขตเทือกเขา สามารถเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงถึง 4,000 เมตรจากน้ำทะเล พืชอื่นๆ ส่วนใหญ่จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เนื่องจากออกซิเจนต่ำ สำหรับซีบัคธอร์นนั้น เป็นพืชที่สามารถปรับตัวได้ดี และมีความอดทนต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวได้สูง ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ทะเลทราย แห้งแล้ง ดินเค็ม ซีบัคธอร์นยังสามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวที่อุณหภูมิสูงถึง – 40 องศาเซลเซียส และด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ ซีบัคธอร์น สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในพื้นที่ทะเลทรายร้อนสุด หนาวสุด แม้กระทั่งในช่วงที่อากาศหนาวจัด พื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ รวมถึง ต้นของซีบัคธอร์น ใบ ผล ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะอย่างหนาแน่น ซีบัคธอร์นก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ และผลสีส้มทองของซีบัคธอร์น ยังคงสดใสและไม่เป็นน้ำแข็ง แต่กลับยังมีผลที่สวยงาม เปล่งปลั่ง และด้วยความเย็นนี้จึงทำให้ ผลของซีบัคธอร์นจึงคงคุณค่าสารอาหารไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

พื้นที่ป่า ซีบัคธอร์น พื้นที่ป่าซีบัคธอร์นธรรมชาติ พบได้ตามเขตที่ราบสูงและเขตเทือกเขาตั้งแต่ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงเทือกเขาหิมาลัยในเอเชียกลาง รวมไปถึงทางตะวันตกและทางเหนือของประเทศจีน โดยเฉพาะที่จีนนั้นพบป่าซีบัคธอร์นได้จำนวนมาก ในแถบตอนใต้ของประเทศมองโกเลีย เรื่อยมาจนถึงที่ราบสูง “อินเนอร์มองโกเลีย” ในเขตปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจีน เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ประเทศจีนนั้นถือว่ามีพื้นที่เพาะปลูกซีบัคธอร์นสูงถึง 95 %ของพื้นที่เพาะปลูก ซีบัคธอร์นทั้งโลก จัดเป็นพืชโบราณหายากที่มีมนต์ขลัง เปรียบเสมือนราชาผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินจีน
อินเนอร์มองโกเลีย อยู่ในเขตที่ราบสูงทางทิศเหนือของประเทศจีนติดกับทางใต้ของประเทศมองโกเลียและมีเทือกเขา โดยส่วนใหญ่มีพื้นที่เป็นทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย อากาศหนาวเย็น ในช่วงฤดูหนาวมีอุณหภูมิต่ำถึง – 40 องศาเซลเซียส อินเนอร์มองโกเลีย มีความอุดมสมบรูณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นดินนั้นมีแร่ธาตุนานาชนิดอยู่อย่างอุดมสมบรูณ์จากที่เคยเป็นพื้นดินมหาสมุทรในอดีตกาล และพื้นที่นี้ยังมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี เปรียบเสมือนตู้เย็นขนาดใหญ่ ส่งเสริมให้ผลของซีบัคธอร์น คงความสดใสเปล่งปลั่ง ดังนั้น ป่าซีบัคธอร์นธรรมชาติในพื้นที่นี้จึงมีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีผล เมล็ด ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสารอาหารสำคัญๆ อยู่อย่างสมบรูณ์แบบ

ซีบัคธอร์น กับการค้นคว้าและการวิจัยระดับสากล ปัจจุบัน ซีบัคธอร์น ได้มีการวิจัยอย่างต่อเนื่องทั้งยุโรป เอเชีย และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ทั้งในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ รวมถึงวงการอวกาศ น้ำมันสกัดจากเมล็ดซีบัคธอร์น ถูกนำคุณประโยชน์มาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในวงการอาหารเสริม เครื่องสำอาง และวงการแพทย์ รัสเซีย ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่วิจัยซีบัคธอร์น ในปัจจุบัน ได้จดทะเบียนรับรองซีบัคธอร์นเป็นยา ในรัสเชียนั้นนอกจากจะใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้ในด้านเสริมความงาม และใช้ในอวกาศด้วย นักบินอวกาศของรัสเชีย ทานซีบัคธอร์นเพื่อป้องกันอันตรายจากรังสี และสภาวะต่างๆในอวกาศ ก่อนที่จะเดินทางสู่อวกาศ อีกด้วย
ในปัจจุบันนี้ แถบยุโรป ยังมีการศึกษาข้อมูล โอเมก้า 7 (Omega 7) ในซีบัคธอร์น กับการควบคุมการดูดซึมไขมัน ของระบบสมอง ซึ่งมีส่วนช่วยลดไขมัน ลดระดับคอเรสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และยังส่งเสริมการลดน้ำหนักได้ดีขึ้นอีกด้วย การค้นคว้าวิจัยในการนำซีบัคธอร์น มาใช้ให้เป็นประโยชน์แบบไม่หยุดยั้งนั้น จึงมีนัยสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ซีบัคธอร์น ผลไม้แห่งชีวิต ทุกๆส่วนของซีบัคธอร์น สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะ เมล็ดเล็กๆ สีดำ ที่อยู่ในผลนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญและมีคุณค่ามากที่สุด เมล็ด ของซีบัคธอร์น นี้สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมัน ซึ่งสารอาหารส่วนใหญ่ในผลของซีบัคธอร์น อยู่ที่น้ำมันของ “เมล็ด”

• ซีบัคธอร์น มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ( BIO – ACTIVE NUTRIENTS ) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมากถึง190ชนิด

• อุดมไปด้วยวิตามิน ได้แก่ วิตามิน E ,D , A, C และ K ซีบัคธอร์น มีวิตามินซี สูงมากกว่าผลไม้ทุกชนิด

• เป็นแหล่งรวมของ โอเมก้า (Omega) 7, 3 ,6 ,9

• ในน้ำมันสกัด ซีบัคธอร์น อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 80% กรดไขมันนี้ยังเป็นแหล่งสำคัญของการผลิตคอลลาเจน เพื่อสุขภาพของผิว ผม และเล็บ

• กรดอะมิโน ที่ร่างกายต้องการสูงถึง 18 ชนิด ล้วนมีอยู่ครบในซีบัคธอร์น

• มีแร่ธาตุ 12 ชนิด ที่ร่างกายต้องกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี โปตัสเซียม ซีลีเนียม ในปริมาณที่สูงมาก

• น้ำมันเมล็ดซีบัคธอร์นยังอุดมไปด้วย S.O.D ( Super Oxide Dismutase สารต้านอนุมูลอิสระ)
โดยมีปริมาณเข้มข้นกว่าโสมถึง 4 เท่า

คำสั่งต่างๆ html

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ และ ความงาม อย่างเห็นผลได้ที่ 080 8070633 Line ID : atmcenter3

การดีท๊อกซ์แบบโภชนาการบำบัด (Detox diets)

pic1

การดีท๊อกซ์แบบโภชนาการบำบัดโดยปกติใช้เวลา 3-21 วันโดยมุ่งเน้นการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ถึงแม้ว่ากระบวนการกำจัดของเสียและสารพิษสามารถกระทำได้โดยธรรมชาติของร่างกาย แต่ร่างกายมักไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างสมบูรณ์อันเป็นผลมาจากสารพิษจำนวนมากและหลากหลายประเภทรวมทั้งความเครียดที่เป็นตัวบั่นทอนประสิทธิภาพในการกำจัดของเสีย และในที่สุดสารพิษและของเสียเหล่านี้ก็จะส่งผลลบและกระทบต่อการทำงานของระบบอื่นๆของร่างกายด้วย การดีท๊อกซ์แบบโภชนาการบำบัดจะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถมุ่งเน้นไปในการเยียวยาตัวของมันเอง เป้าหมายคือเพิ่มพลังงานให้ร่างกายโดยรวม ระบบย่อยอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น รักษาอาการปวดหัว เพิ่มสมาธิในการทำงานหรือการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง รักษาระดับอารมณ์ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปมา เพิ่มระดับภูมิต้านทานลดอาการแพ้ต่อสิ่งต่างๆ เรียกคืนความสามารถปกติของร่างกายในการต้านเชื้อโรค ต้านอาการหวัด ป้องกันความเสื่อมของร่างกายและการแก่ก่อนวัย
การดีท๊อกซ์แบบโภชนาการบำบัดมีหลากหลายประเภท โดยทั่วไปลักษณะของการดีท๊อกซ์แบบโภชนาการบำบัด เป็นดังนี้

• การลดปริมาณของสารเคมีที่นำเข้าสู่ร่างกาย เช่น การรับประทานเฉพาะอาหารประเภทออแกนิก (Organic Food)
• มุ่งเน้นอาหารที่ให้วิตามินสูง สารอาหารที่สำคัญๆต่อร่างกาย และสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายต้องนำไปใช้ในกระบวนการดีท๊อกซ์
• มีส่วนประกอบสำคัญต่อไปนี้ ได้แก่ อาหารที่มีเส้นใย(Fiber)สูง และน้ำสะอาดที่ปราศจากสารพิษต่างๆเพื่อร่างกายนำไปใช้ในการทำงานของลำไส้และการปัสสาวะเพื่อขับถ่ายของเสีย

การสวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ

วิธีการหนึ่งของการล้างลำไส้คือ การสวนด้วยกาแฟ (coffee enema) ซึ่งเป็นการล้างลำไส้ในส่วนต้น เนื่องจากด้วยในกาแฟประกอบด้วยสารคาเฟอีน ทีโอไฟลีน ทีโอโบรมีนซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเรียบซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมของจิตใจเกิดการคลายตัว ส่งผลทำให้หลอดเลือดและท่อน้ำดีขยายตัว สำหรับผลของกาแฟต่อร่างกาย ที่เกิดจากการดื่มกาแฟ นั้นแตกต่างการสวนลำไส้ด้วยกาแฟ เนื่องจากเส้นเลือดดำบริเวณลำไส้ใหญ่และทวารนั้นอยู่ไม่ลึกจากผิว ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมคาเฟอีนจากกาแฟในขณะสวนล้างลำไส้ได้อย่างรวดเร็ว (และเป็นกาแฟที่มีความเข้มข้นมากกว่าด้วย)

pic

การดีท๊อกซ์ด้วยวิธี สวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ แตกต่างจากการดีท๊อกซ์ด้วยการรับประทานไฟเบอร์ อย่างไร ?

แน่นอนว่าการทำดีท๊อกซ์ (Detoxification) ทั้งสองแบบนี้เป็นกระบวนการนำเอาของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย หรือนิยมเรียกกันสั้นๆว่า “การล้างพิษ” การดีท๊อกซ์หรือการล้างพิษอาจมาในหลากหลายรูปแบบและอาจหมายรวมถึงโปรแกรมการล้างพิษต่างๆกันไปแต่เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันก็คือ ชำระล้างของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย
การดีท๊อกซ์ด้วยวิธี สวนล้างลำไส้ด้วยกาแฟ จะเป็นเพียงการล้างลำไส้ในส่วนต้น และการสวนล้างในลักษณะนี้จะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ของเรานั้นหายไปด้วย แต่สำหรับการรับประทานไฟเบอร์ซึ่งเป็นเส้นใยจากธรรมชาติแบบออร์แกนิคจะสามารถช่วยขจัดสารพิษตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะ ลำไส้เล็ก จนถึงลำใส้ใหญ่ และยังคงรักษาแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ส่งผลให้ร่ายกายมีการขับถ่ายดี บรรเทาอาการท้องผูก ลดการหนักหมมของเสียในระบบการขับถ่ายทั้งระบบ และการรับประทานไฟเบอร์จะช่วยให้อิ่มทนอิ่มนาน เราจึงสามารถควบคุมพลังงานจากอาหารที่รับประทานได้ ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลง และหากทานเป็นประจำยังส่งเสริมให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสอีกด้วยค่ะ

ใครบ้างที่จำเป็นต้องทำการล้างสารพิษหรือดีท๊อกซ์

ใครก็ตามที่มีปัญหาหรืออาการไม่ปกติต่างๆเหล่านี้เรื้อรังเป็นระยะเวลานาน การทำดีท๊อกซ์จะช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้หรืออาจหายจากอาการได้ในบางราย

• มีปัญหาทางเดินอาหารเรื้อรัง
• มีการทำงานของตับผิดปกติ เนื่องจาก : แอลกอฮอล์, นิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกโภชนาการ มีความเครียดสูง สัมผัสสารเคมีในที่ทำงาน, และไวรัสตับอักเสบ
• มีอาการปวดหัวเรื้อรัง
• มีปัญหาสภาพผิวเรื้อรัง
• ปวดข้อต่อและกล้ามเนื้อ
• ไวต่อการติดเชื้อต่างๆได้ง่าย
• มีปัญหาทางเดินหายใจ
• เป็นโรคภูมิแพ้
• มักอ่อนเพลียและ รู้สึกเมื่อยล้า
• มีภาวะซึมเศร้าและมักหงุดหงิด
• นอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิท หรือ นอนหลับแบบไม่มีคุณภาพหรือหลับแต่รู้สึกเหมือนนอนไม่พอ
ประโยชน์ของการดีท๊อกซ์
มีข้อดีมากมายของกระบวนการดีท๊อกซ์หรือล้างสารพิษ การดีท๊อกซ์ต้องอาศัยวินัยและความต่อเนื่องของกระบวนการดีท๊อกซ์ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้ออกแบบไว้ แต่ผลดีที่จะได้รับนั้นมากมายและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ และ ดีท๊อกซ์ การดูแลรูปร่าง อย่างเห็นผลได้ที่ 080 8070633 Line ID : atmcenter3 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.tips2health.com/fiber-plus/

การล้างพิษ (Detox) จากธรรมชาติด้วยเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์

เมื่อพูดถึงเส้นใยอาหาร หลายคนจะคิดถึงส่วนที่เป็นเส้นๆใน ฝัก ถั่ว หรือผักใบเขียวทั้งหลายที่มีเส้นแข็งๆ อยู่ในใบ แต่ใยอาหารที่เรากล่าวถึงนี้มีคุณสมบัติมากกว่านั้น

เส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ส่วนใหญ่เราจะได้จากส่วนโครงสร้างของพืช เช่น กิ่ง ก้าน เมล็ด เป็นส่วนที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้มีอีกชื่อหนึ่งว่าเซลลูโลส ซึ่งมี 2 ชนิดคือ ชนิดที่ละลายน้ำได้ เวลาละลายน้ำจะเห็นเป็นลักษณะเมือกๆ พบมากในผลไม้ ถั่ว ข้าวโอ๊ต เป็นต้น อีกชนิดคือ ไฟเบอร์ ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ จะพบมากใน ข้าวซ้อมมือ รำข้าว ผักต่างๆ ไฟเบอร์ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานใดๆ ถึงแม้ว่าโครงสร้างจะเป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งก็ตาม เมื่อเรารับประทาน ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานเข้าไปในร่างกาย มันจะเข้าไปแย่งพื้นที่ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็วและอิ่มได้นาน ช่วยลดความอยากอาหารลงไป เราสามารถลดพลังงานที่จะได้รับจากอาหารได้จึงส่งผลให้ลดน้ำหนักได้นะค่ะ

ประเภทของอาหารที่ให้ใยอาหารสูงแก่ร่างกาย ก็คือ อาหารประเภทถั่วทั้งชนิดฝักและเมล็ด ผัก ผลไม้ และข้าวซ้อมมือ (ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี) รวมถึงขนมปังโฮลวีท (ขนมปังแป้งสาลีที่ไม่ผ่านการขัดสี) ด้วยเช่นกัน เอ้ !! เราทราบหรือไม่ว่า เส้นใยอาหารนั้น จะช่วยล้างพิษในร่างกายรวมถึงระบบการย่อย การขับถ่าย และยังได้รับผลพลอยได้ในการควบคุมน้ำหนักจนมีรูปร่างสวยเพียวด้วย และที่สำคัญใยอาหารสามารถเปลี่ยนชีวิตของทุกๆคนให้มีสุขภาพที่ดีด้วยอีกนะค่ะ

เส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ กับการล้างพิษ (Detox) จากสภาพแวดล้อม ทำให้พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไป เราจึงพยายามหาแนวทางที่จะคืนความสดชื่นและการมีสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกายให้เร็วที่สุด อันเป็นที่มาของกระแส “การล้างพิษ” จากกระบวนการทำงานของตับ ไตและลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ที่มีหน้าที่กำจัดของเสียจากอาหารที่เรากินเข้าไปด้วยการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน และสิ่งสำคัญที่จะเสริมให้การล้างพิษตามธรรมชาติของลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพคือ เส้นใยอาหาร ที่ร่างกายได้รับจากการกินอาหารประเภทข้าวกล้อง ธัญพืช โฮลวีท ข้าวโอ๊ต ถั่ว ผักและผลไม้ เป็นต้น

แต่ในความเป็นจริง หลายคนอาจกินไม่ได้ตามที่ร่างกายต้องการทุกวัน ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก เกิดของเสียหมักหมมในลำไส้ใหญ่ และถ้าเป็นเรื้อรัง ก็เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว หลายคนพึ่งวิธีการ “กินยาระบาย” และ “การสวนล้างลำไส้ใหญ่” ซึ่งอาจจะเป็นการทำลายจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในผนังลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดที่ก่อให้เกิดโรค ดังนั้นหากสวนล้างลำไส้ใหญ่บ่อยเกินไปเท่ากับว่า เรากำจัดจุลินทรีย์ชนิดดีนั้นออกไปด้วย ผลก็คือ จะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายขึ้น และทำให้สูญเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย สรุปว่าอาจเป็นทางเลือกที่เร็วและเห็นผลทันที แต่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
หากเราเลือกรับประทาน เส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ในการล้างพิษ เราจะได้รับ
“เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ” จะพองตัวและอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าปริมาตรของตัวเองหลายเท่า ช่วยเพิ่มปริมาตรกากอาหารในลำไส้ ไม่ให้อุจจาระแห้งและแข็ง ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายและสบายขึ้น ไม่มีสิ่งหมักหมมค้างในลำไส้ใหญ่
“เส้นใยอาหารที่ละลายน้ำ” จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่อย่างช้าๆ ทำให้เกิดกรดไขมันชนิดสายสั้น (Short-chain fatty acid)ได้แก่ อะซิเตท โพรพิโอเนท และบิวทีเรท ซึ่งสารบิวทีเรทจะทำให้ค่า pH ในลำไส้ลดลงต่ำ มีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคและลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจากการรับประทาน เส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ เป็นประจำ
“ลดคลอเรสเตอรอล และ ดีต่อผู้ป่วย โรคหัวใจ”
การวิจัยพบว่า ไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ สามารถช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด จึงลดความเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้ค่ะ
“ดีต่อผู้ที่เป็น โรคเบาหวาน”
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบอีกว่า ไฟเบอร์ ชนิดที่ละลายน้ำได้จะช่วยในด้านการลดระดับน้ำตาลในเลือด จนสามารถช่วยลดการใช้ปริมาณอินซูลินในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังค้นพบอีกว่าคนที่รับประทาน ไฟเบอร์มากๆ จะช่วยลดโอกาสการเป็น เบาหวาน
“ดีต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก”
ไฟเบอร์ เป็นเส้นใยธรรมชาติ จึงไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ใช้พื้นที่มากในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้เวลารับประทานไฟเบอร์เข้าไปจะรู้สึกอิ่มได้เร็วและนาน ช่วยลดความอยากอาหารลงได้ส่งผลให้เราควบคุม และลดน้ำหนักลงได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้น “การล้างพิษ” ที่ดีที่สุด คือ การล้างพิษตามธรรมชาติด้วยการรับประทานอาหารที่สด ปรุงสะอาดมีกากใยสูงและมีคุณค่าต่อร่างกาย ควบคู่กับการดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน การออกกำลังกายบ้าง นอนหลับพักผ่อนและทำจิตใจให้แจ่มใส และอาจใช้ผลิตภัณฑ์เส้นใยอาหารธรรมชาติเสริม ในกรณีที่รับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อยก็ได้นะค่ะ
อ้างอิงข้อมูลจาก : นิตยสาร Health Today