ลำไส้ กับ เส้นใย และการควบคุมน้ำหนัก ให้เห็นผลชัดเจน

เรารับประทานอาหารทุกๆวัน วันละ 3 เวลา หรือบ้างท่านมีมากกว่า 3 และโดยส่วนใหญ่จะมีการขับถ่ายอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง แต่ก็มีบ้างท่านที่มีปัญหาว่าไม่ถ่ายทุกวัน และการเผาผลาญในร่างกายก็ลดลง จนเป็นที่มาของ ความอ้วน ลงพุง มีไขมันสะสมอยู่ในสัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และลำไส้จะทำหน้าที่ดูดซึมอาหาร จากนั้นส่วนที่เหลือจะเปลี่ยนเป็นแก๊ส และถูกกำจัดออกจากร่างกายเป็นของเสียในรูปแบบของอุจจาระ ดังนั้นหากลำไส้ของเรามีสิ่งหมักหมมเกาะค้างอยู่ในผนังลำไส้มากๆ การย่อย การดูดซึม ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ สารอาหารต่างๆ ที่เรารับประทานก็จะไม่สามารถส่งไปยังร่างกายได้ทั่วถึง เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ระบบการเผาผลาญของเราแย่ลง ซึ่งจะนำพาเราไปสู่ความอ้วน มีไขมันส่วนเกิน ลงพุง และถ้าหากเรากำลังลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนัก ก็จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ในลำไส้ใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่าย จะมีแบคทีเรียอยู่อย่างมากมาย ซึ่งมีทั้งแบคทีเรียดี และไม่ดี หากในลำไส้ใหญ่มีแบคทีเรียไม่ดีกระจายอยู่ในลำไส้มากเกินไปจะส่งผลทำให้เกิดการบูดเน่าภายในลำไส้ได้ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้อุจจาระและการผายลมมีกลิ่นเหม็นรุนแรง และเป็นที่มาของอาการท้องผูก และท้องเสียได้ หากเรามีอาการดังกล่าวนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้ทราบแล้วว่า “ตอนนี้ลำไส้ของเราเริ่มทำงานไม่เป็นปกติแล้ว” และถ้าหากเราผายลมและมีกลิ่นเหม็นนั้นก็เป็นเพาะเรารับประทานอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์มากเกินไปนั้นเอง เนื้อสัตว์นั้นถือว่าเป็นอาหารชั้นเยี่ยมให้กับแบคทีเรียตัวร้ายเลยทีเดียว


เครดิตภาพ : thaihealth

ลักษณะของอุจจาระสามารถบอกได้ว่า เรามีสุขภาพดีนั้นควรจะมีลักษณะสีเหลือง ความแข็งคล้ายผลกล้วย ดังนั้นหากเราสามารถที่จะดูแล ลำไส้ และการขับถ่ายให้ปกติ ร่างกายก็จะแข็งแรง และสามารถควบคุมน้ำหนัก ได้อย่างเห็นผลชัดเจน

ลำไส้ จะสะอาดได้อย่างไร

หากเรารับประทาน เส้นใยธรรมชาติ ที่ได้จากผักผลไม้และธัญพืชให้ได้ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะสามารถช่วยล้างสารพิษ (Detox-ดีท๊อกซ์) ส่งเสริมให้ร่างกายสามารถขับสารพิษสะสม ในระบบทางเดินอาหารและลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดสิ่งตกค้างที่หมักหมมเกาะติดอยู่ในลำไส้ถูกกวาดต้อน
ออกมาในรูปแบบการขับถ่าย ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศภายในทางเดินอาหารและลำไส้ ส่งเสริมให้จุลินทรีย์ชนิดดี ที่อยู่ในผนังลำไส้ใหญ่ที่คอยทำหน้าที่คุ้มครอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดที่ก่อให้เกิดโรค ช่วยเสริมการทำงานของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และการบีบตัวของลำไส้ ให้ทำหน้าที่กำจัดของเสียตามธรรมชาติ
detox-ลำไส้แก้ไข
เส้นใยธรรมชาติ ไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ใช้พื้นที่มากในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้รู้สึกอิ่ม จึงช่วยลดความอยากอาหารได้ ทำให้สามารถควบคุมพลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ เป็นผลให้สามารถควบคุมอาหาร ลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย ให้เห็นผลชัดเจน

มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายของคุณผู้หญิง

คุณผู้หญิงหลายท่านกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก ก็เข้าขั้นลุกลามไปแล้ว ทำให้รักษาไม่ทัน และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เราสามารถป้องกันดูแลรักษาให้หายได้ ถ้าหากรู้เร็วและรักษาได้ทัน เรามาดูกันก่อนว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรได้บ้าง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ได้แก่

* การติดเชื้อ HPV หรือการเป็นหูดที่อวัยวะเพศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

* การสูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นสองเท่า

* ระบบภูมิคุ้มกันของคุณสุภาพสตรี ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดีจะทำให้เกิดโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ง่ายจึงมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น

* การติดเชื้อ Chlamydia พบว่าผู้ที่ติดเชื้อ Chlamydia ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงขึ้น

* อาหาร ผู้หญิงที่รับประทานผักและผลไม้น้อยจะมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงกว่าคนที่รับประทานผักและผลไม้

* ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดมาเป็นระยะเวลานาน

* การมีบุตรหลายคนเชื่อว่าจะทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทำให้ติดเชื้อ HPV ง่าย และขาดการป้องกันการติดเชื้อ

* ผู้ที่ได้ยา Diethylstilbestrol (DES) เพื่อป้องกันแท้ง

* การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย

* การมีคู่นอนหลายคน หรือฝ่ายชายที่เราร่วมหลับนอนมีคู่นอนหลายคน

* พันธุกรรม

สัญญาณเตือนภัยในการเป็นมะเร็งปากมดลูก

* ในระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการเลยหรืออาจมีเลือดออกจาก ช่องคลอดเวลามีเพศสัมพันธ์

* ประจำเดือนมาผิดปกติ

* ตกขาวมีกลิ่น ปริมาณมาก สีผิดปกติ หรืออาจปนเลือด

*รู้สึกเจ็บและมีเลือดออกในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ และหลังมีเพศสัมพันธ์

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก

ถึงแม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะฟังดูน่ากลัว แต่ก็ยังสามารถป้องกันได้และยังสามารถลดความเสี่ยงได้ วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก **ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยจะสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ 70 % **งดการสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับที่มีคนสูบบุหรี่ประจำ **กินผักผลไม้ให้มาก **ไม่ใส่ชุดชั้นในซ้ำๆติดๆกันเป็นเวลานาน **รักษาความสะอาดช่องคลอดอย่างสม่ำเสมอ **ทำการตรวจคัดกรองเพื่อหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก เป็นประจำทุกๆ ปี

หากคุณอยู่ในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือ เริ่มมีสัญญาณเตือนภัยตามข้อมูลดังกล่าว โปรดปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจหามะเร็ง อย่ารอให้ทุกอย่างสายเกินไป

Cr : wikipedia.org

“ตกขาว” เรื่องที่สาวๆ กังวล

“ตกขาว” เป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนกังวล แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะตกขาวเกิดจากการที่ต่อมภายในช่องคลอดและปากมดลูกผลิตของเหลวซึ่งนำพาเซลล์ที่ตายแล้วและแบคทีเรียออกมา ทั้งนี้เพื่อทำความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ โดยปกตินั้น ตกขาวจะมีสีใสไปจนถึงสีขาวขุ่นแบบน้ำนม ไม่มีกลิ่น ไม่คัน

แต่ถ้าสีและกลิ่นเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ร่วมกับอาการคันหรือเจ็บแสบบริเวณช่องคลอด นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าเกิดการติดเชื้อเข้าแล้วนะค่ะสาวๆ สี และกลิ่น ของตกขาว บอกอะไรกับสาวๆ ได้บ้างมาดูกัน !!!

**ปนเลือดหรือมีสีน้ำตาล** — ประจำเดือนมาผิดปกติไม่ตรงรอบ หรือที่พบได้ไม่บ่อยคือเกิดจากมะเร็งโพรงมดลูกหรือมะเร็งปากมดลูก อาจมีอาการปวดท้องน้อยหรือมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย **ขุ่นมีสีเหลือง** — อาจมีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น Gonorrhea เลือดออกระหว่างรอบเดือน หรือมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

**สีเหลือง เขียว มีฟองปน** — อาจเกิดจากการติดเชื้อปรสิต Trichomoniasis มักมีอาการปวดและคันเวลาปัสสาวะร่วมด้วย

**สีชมพู** –พบได้ในหญิงหลังคลอด เนื่องจากการลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก

**สีขาว หนาเป็นก้อน** –เกิดจากการติดเชื้อราจนมีอาการบวม แดง คันบริเวณอวัยวะเพศ เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์

**สีขาว เทา หรือเหลือง กลิ่นคาวเหมือนปลา** — เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจะมีอาการคัน แสบ แดง และบวมบริเวณอวัยวะเพศ

เพื่อสุขภาพของจุดซ่อนเร้น หมั่นตรวจดูสิ่งแปลกปลอม และใส่ใจทำความสะอาดให้ถูกวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบธรรมชาติดูแลสมดุลpH และฟื้นฟูแบคทีเรียประจำถิ่น ให้จุดซ่อนเร้นมีสุขภาพดีกันนะค่ะ

Cr : Lemonade

ออกซิเจนเข้มข้น ช่วยต่อต้านยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

ปัจจุบันนี้ “โรคมะเร็ง” ถือว่าเป็นโรคที่คร่าชีวิตมากอีกโรคหนึ่งเลยทีเดียว และการรักษาก็มีความก้าวหน้าไปมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การรักษาโรคมะเร็งนั้น ก็ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยอยู่ หากร่างกายของผู้ที่เป็นโรคมะเร็งแข็งแรงไม่เพียงพอก็จะทำให้ไม่สามารถทนต่อการรักษาได้ และล่าสุดนี้เว็บไซต์ Medical Daily ได้นำผลการวิจัยของ ทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา มาบอกเล่าถึงผลการค้นพบวิธีการรักษาที่อาจจะช่วยให้การรักษาโรคมะเร็งเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น คือ การรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการใช้ออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงเข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจ

การศึกษาล่าสุดของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northeastern University ซึ่งมี Michail Sitkovsky นักวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันพบว่า การใช้ออกซิเจนเข้าช่วยในการรักษามะเร็ง จะช่วยปลุกเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการต่อสู้กับโรคโรคมะเร็งขึ้นมาให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

โดยการศึกษากับหนูทดลองพบว่าการหายใจเอาอากาศที่มีความเข้มข้นของออกซิเจนอยู่ที่ปริมาณ 40 – 60 % จะช่วยให้ระบบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นแถมยังทำให้ร่างกายหลั่งทีเซลล์ (T-lymphocytes) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ช่วยในการต่อสู้กับก้อนเนื้อร้ายจากโรคมะเร็งได้มากกว่าการสูดหายใจเอาอากาศทั่วไปที่มีความเข้มข้นของออกซิเจนเพียง 21 % และที่สำคัญออกซิเจนที่มีความเข้มข้นสูงก็ไม่มีส่งผลกระทบใด ๆ ต่อร่างกายอีกด้วย

ทั้งนี้ Sitkovsky นักวิจัยที่ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของการใช้ออกซิเจนรักษาโรคมะเร็งมานานหลายทศวรรษ ยังได้ค้นพบว่าพื้นผิวของเซลล์ภูมิคุ้มกันมีสารที่ชื่อว่า A2A adenosine receptor ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้จะส่งผลให้มะเร็งเจริญเติบโตขึ้น และถ้าหากทีเซลล์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มตายลง แต่การหายใจเอาออกซิเจนเข้มข้นเข้าไปจะกระตุ้นให้ทีเซลล์ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ A2A adenosine receptor อ่อนแอลงจนทำให้ร่างกายสามารถรักษาตนเองจากโรคมะเร็งได้มากขึ้น

ถือเป็นความก้าวหน้าของวงการแพทย์เกี่ยวกับการรักษาโรคมะเร็งที่น่าสนใจมากๆ แต่ทั้งนี้อย่างไรแล้วก็ตามเราควรมั่นใส่ใจดูแลสุขภาพดื่มน้ำบริสุทธิ์ ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและห่างไกลจาก “โรคมะเร็ง” กันนะค่ะ

ทำไม เราจึงจำเป็นต้องรับประทาน “ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยจากธรรมชาติ”

จากสภาพแวดล้อม ทำให้พฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไป และอาหารมีผลกระทบต่อสมดุลกรด-ด่าง ในร่างกายของเราโดยตรง ปัจจุบันมักพบผู้ที่มีปัญหาโรคเรื้อรังหลายโรคอยู่บ่อยๆ และเมื่อเรามีอายุมากขึ้นเลือดก็ยิ่งมีกรดเพิ่มมากขึ้น สภาวะกรดของร่างกายส่งผลเสียอย่างไร? ผลที่เกิดกับร่างกายนี้เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า สภาวะกรดในระดับต่ำอย่างเรื้อรัง (Chronic Low-Grade Metabolic Acidosis) ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายเป็นกรดในระดับอ่อนๆ ในระยะเริ่มแรกเราอาจไม่เห็นอาการผิดปกติใดๆ แต่ถ้าทิ้งให้ร่างกายอยู่ในสภาพนี้นานๆ อาจทำให้เป็นโรคเรื้อรัง หรือมีอาการต่างๆ ได้ อาทิเช่น โรคมะเร็งลำไส้ โรคหัวใจ ความดันสูง ไขมันอุดตัน โรคอ้วน ระบบต้านอนุมูลอิสระมีประสิทธิภาพลดลง เป็นโรคติดเชื้อจากเชื้อราได้ง่าย ปวดเมื่อยข้อและกล้ามเนื้อ มีอาการอ่อนเพลียไม่มีแรง ผิวพรรณแห้งหยาบ ไม่ชุ่มชื่น สิวเห่อ กลาก เกลื้อน ป่วยง่าย เกิดอาการภูมิแพ้บ่อย ฯลฯ ปัญหาสุขภาพต่างๆนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว

“อาหาร” ที่เป็นต้นเหตุของโรคเหล่านี้เชื่อหรือไม่ ก็คืออาหารในโลกปัจจุบันนั่นเอง เนื่องจากการปฏิวัติเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทำให้ธัญพืชและน้ำตาลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในอาหารของมนุษย์มากขึ้น ซึ่งทำให้อาหารที่เรารับประทานอยู่ทุกวันนี้ เต็มไปด้วยธัญพืชแปรรูปขัดสี น้ำตาล เนื้อสัตว์ และอาหารแปรรูปต่างๆ แทนที่ผัก-ผลไม้ จึงทำให้การทานผัก-ผลไม้น้อยลงกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวเราจึงพยายามหาแนวทางที่จะคืนความ สดชื่นและการมีสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกายให้เร็วที่สุด อันเป็นที่มาของกระแส “การล้างพิษ” จากกระบวนการทำงานของตับ ไตและลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ที่มีหน้าที่กำจัดของเสีย จากอาหารที่เรากินเข้าไปด้วยการขับถ่ายอุจจาระทุกวัน และสิ่งสำคัญที่จะเสริมให้การล้างพิษตามธรรมชาติของลำไส้ใหญ่ให้มีประสิทธิภาพคือ “เส้นใยอาหาร” นั้นเอง

แนวความคิดหลักของ “ของเสียที่มีสภาพเป็นกรด เป็นสาเหตุพื้นฐานของโรคเรื้อรัง” ทั้งหมดดังนั้น

1. หากเราสามารถป้องกันการดูดซึมของเสียที่มีสภาพเป็นกรดเข้าสู่ร่างกาย โดยกระบวนการกำจัดของเสีย จึงเป็นการป้องกัน การเกิดโรคเรื้อรังที่สาเหตุ

2. หากเรามีระบบการขับของเสียที่มีสภาพเป็นกรดออกจากร่างกาย จึงเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง

การมีสุขภาพที่ดี กับ การเป็นโรคเรื้อรัง

การมีสุขภาพที่ดี = ภาวะที่เซลล์ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์

การเป็นโรคเรื้องรัง = ความไม่สมบูรณ์ ในการทำหน้าที่ของเซลล์ (การเสื่อมของระบบเซลล์)

ความสมดุลกรด- ด่าง ในร่างกาย และสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ร่างกายมีความเป็นกรดสูง

โดยทั่วไปร่างกายคนเรามีสภาพเป็นกรด และ ด่าง แต่จะค่อนข้างไปทางด่างมากกว่า คือจะมีค่า pH ประมาณ 7.4 ซึ่งกระบวนการทำงานในร่างกายจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น การย่อย ดูดซึม ที่สำคัญที่สุดคือการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ร่างกายมีความเป็นกรดสูง ได้แก่ ความเครียด สารพิษ เชื้อโรค และอาหารที่เรารับประทาน โดยอาหารที่ทำให้ร่างกายเกิดสภาวะเป็นกรด และควรลดการบริโภคให้ลดลง ได้แก่ อาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ขัดสีจนขาวแล้ว อาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำตาลทรายขาว และผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล ขนมหวาน ไอศครีม ผลไม้กระป๋อง น้ำอัดลม ของหมักดอง น้ำส้มสายชู น้ำชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์ทุกชนิด

ระบบการขับพิษตามธรรมชาติในร่างกายของเรา

ตับ มีหน้าที่ ดีท็อกซ์ หรือขับพิษที่เกิดจาก แบคทีเรีย ยา และฮอร์โมน ให้อยู่ในสภาพที่ไม่เป็นอันตราย นอกจากนี้ ตับ ยังช่วยสลายโมเลกุลของโปรตีน ไปเป็นแอมโมเนีย จากนั้นเป็นยูเรีย แล้วขับออกมาในรูปของ ปัสสาวะ

ปอด มีหน้าที่ ขับของเสียออกมาในรูปของก๊าซ

ไต มีหน้าที่ควบคุมปริมาณของเหลวในร่างกาย ส่วนผสมของเกลือแร่ สารอาหาร ความเป็นกรด และขับถ่ายของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึม และสารเคมีแปลกปลอม ออกมาในรูปของของเหลว

ผิวหนัง มีหน้าที่ ผลัดเซลล์ที่ตายแล้ว และขับเหงื่อ

ระบบการย่อยอาหาร หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของ ระบบย่อยอาหารคือ การดูดซึมสารอาหาร การดูดซึมสารอาหารช่วยให้มีสุขภาพดี แต่การดูดซึมของเสียที่มีสภาพเป็นกรด ทำให้เกิดโรค ถ้าของเสียที่มีสภาพเป็นกรดถูกดูดซึมเพียงเล็กน้อย ย่อมหมายความว่าเหลือพื้นที่ว่างมากขึ้นสำหรับการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์

การรับประทาน “ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยจากธรรมชาติ” ช่วยอะไรเราได้


เส้นใย (Fiber)
พีระมิดอาหารที่สมดุลต้องมีส่วนประกอบของอาหารที่หลากหลาย รวมถึงเส้นใยอาหาร ในทางโภชนาการหน้าที่ของเส้นใยอาหาร คือ เพิ่มการขจัด และขับถ่ายของเสียที่เป็นกรด แหล่งของเส้นใยอาหาร เช่น ผลไม้ ผัก เมล็ดธัญพืช และผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง

เส้นใย (Fiber) หมายถึง องค์ประกอบที่เป็นผนังของเซลล์พืช ที่ไม่สามารถย่อยได้ด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหาร ดังนั้นจึงไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้

**ปัจจุบันนี้ในความเป็นจริง หลายคนอาจกินไม่ได้ตามที่ร่างกายต้องการทุกวัน ทำให้เกิดปัญหาท้องผูก เกิดของเสียหมักหมมในลำไส้ใหญ่ ร่างกายมีสภาวะเป็นกรดสูง และถ้าเป็นเรื้อรัง ก็เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ทั้งนี้เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว หลายคนพึ่งวิธีการ “กินยาระบาย” และ “การสวนล้างลำไส้ใหญ่” ซึ่งอาจจะเป็นการทำลายจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในผนังลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่คุ้มครองและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ชนิดที่ก่อให้เกิดโรค ดังนั้นหากสวนล้างลำไส้ใหญ่บ่อยเกินไปเท่ากับว่า เรากำจัดจุลินทรีย์ชนิดดีนั้นออกไปด้วย ผลก็คือ จะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายขึ้น และทำให้สูญเสียสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย สรุปว่าอาจเป็นทางเลือกที่เร็วและเห็นผลทันที แต่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

หากเราเลือกรับประทาน “ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยจากธรรมชาติ” ในการล้างพิษ เราจะได้รับ

“ไฟเบอร์ ชนิดละลายน้ำได้” เมื่อเรารับประทานเข้าไปจะเปลี่ยนสภาพมีลักษณะคล้ายเจล ซึ่งสามารถช่วยลดระดับไขมันและคลอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด ช่วยให้อิ่มเร็วอิ่มนาน และเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำ จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่อย่างช้าๆ ทำให้เกิดกรดไขมันชนิดสายสั้น (Short-chain fatty acid)ได้แก่ อะซิเตท โพรพิโอเนท และบิวทีเรท ซึ่งสารบิวทีเรท จะทำให้ค่า pH ในลำไส้ลดลงต่ำ มีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ชนิดที่ก่อให้เกิดโรคและลดโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

“ไฟเบอร์ ชนิดที่ละลายน้ำไม่ได้” ช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหาร ดีต่อการย่อย อีกทั้งทำให้อุจาระนิ่ม จึงช่วยให้การขับถ่ายได้ดี ช่วยล้างพิษในระบบทางเดินอาหารส่งผลให้ของเสียถูกขับออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ป้องกันการเกิดปัญหาท้องผูกและลดความผิดปกติในลำไส้

“ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยจากธรรมชาติ”
ทำหน้าที่ปกป้องและกำจัดโรคเรื้อรัง โดยป้องกันการดูดซึมของเหลวที่มีสภาพเป็นกรดเข้าสู่ร่างกาย และลดปริมาณของเสียที่เป็นกรดในร่างกาย โดยผ่านกระบวนการขับถ่าย ลดต้นตอที่ทำให้เกิดของเสียที่เป็นกรด ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง ทำให้สุขภาพดีขึ้น เส้นใยไฟเบอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพที่ดีของเรา

เพียงเรารับประทาน “ไฟเบอร์ หรือ เส้นใยจากธรรมชาติ” เป็นประจำก็มีสุขภาพที่ดีได้ไม่ยาก


ปรึกษาปัญหาสุขภาพ และ ดีท๊อกซ์ การดูแลรูปร่าง อย่างเห็นผลได้ที่ 080 8070633 Line ID : atmcenter3