ผิวสวยสดใสสุขภาพดี ด้วยวิตามินซี ที่อยู่ใน น้ำมันสกัดจากเมล็ด ซีบัคธอร์น (SEABUCKTHORN)

วิตามินซี (vitamin C) เป็นวิตามินที่รู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างให้ผิวพรรณสวยสดใส ร่างกายแข็งแรง ทั้งนี้ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีขึ้นมาเองได้ เราจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แหล่งของวิตามินซีที่ได้จากธรรมชาติ เช่น องุ่น ลูกพรุน ฝรั่ง ส้ม ผลไม้ในกลุ่มเบอร์รี่ อาทิ สตอเบอรี่ ซีบัคธอร์น ฯลฯ

ซีบัคธอร์น จัดได้ว่ามีวิตามิน C สูงกว่าผลไม้ทุกชนิด และยังมีวิตามินซี สูงกว่าส้มถึง 15 เท่า

วิตามินซี จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสสระที่ทรงพลังอย่างยิ่ง และยังนับว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ช่วยชะลอความแก่ของผิวพรรณ และร่างกายได้เป็นอย่างดี เช่น

***ให้ความชุ่มชื้นผิวหนัง

***ช่วยชะลอความเสริมของเซลล์

***ช่วยป้องกัน และรักษาผิวเสียจากแสงแดด

***ช่วยฟื้นฟูผิวแสบร้อนจากแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเลต

***ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อให้กับผิว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวได้อย่างดีเยี่ยม

วิตามินซีนี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายของเรา เช่น

***ช่วยในการสร้างคอลลาเจน (collagen) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบของกระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด

***ช่วยรักษาหลอดเลือดฝอย กระดูก และฟันให้แข็งแรง

***ช่วยในกระบวนการสมานแผลให้หายได้เร็ว

***ช่วยในการสร้างสารสำคัญในร่างกายของเรา เช่น อีพิเนฟริน (epinephrine) คอร์ติโคสตีรอยด์ (corticosteroids) เป็นต้น

***นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยให้การดูดซึมของธาตุเหล็กจากทางเดินอาหารได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ซีบัคธอร์น (SEABUCKTHORN) จัดเป็นเบอร์รี่มหัศจรรย์ที่มีวิตามิน C สูงกว่าผลไม้ทุกชนิด และยังมีวิตามินซี สูงกว่าส้มถึง 15 เท่า อีกทั้งยังอุดมไปด้วย **โอเมก้า **วิตามิน **แร่ธาตุที่ช่วยส่งเสริมให้ผิวพรรณสวยงาม อีกทั้งยังมีสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง หากเราได้รับประทาน ซีบัคธอร์น เบอร์รี่มหัศจรรย์ที่ทรงพลังเป็นประจำ นอกจากเรื่องของผิวสวยแล้ว ยังส่งเสริมการฟื้นฟูสุขภาพและบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อระบบการทำงานของร่างกายดีขึ้น แน่นอนว่าผิวพรรณที่สวยเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติก็จะอยู่กับเราแน่นอนค่ะ และ Essentia BPA8+ น้ำมันจากเมล็ดซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) ธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยดูแลผิวพรรณและสุขภาพของเราได้เป็นอย่างดีค่ะ

จุดซ่อนเร้น มีตกขาว มีกลิ่นแรง มีอาการคัน ปัญหาใหญ่ของคู่รัก

วันนี้เราไปตะเวนถามหนุ่มๆ เมื่อเวลาเจอ สาวๆที่มีกลิ่นช่องคลอดแรง จะทำอย่างไร ? ผลปรากฏว่า เมื่อมี Sex กับสาวๆครั้งแรก หนุ่มๆ จะไม่กล้าพูดตรงๆ ว่ากลิ่นของ จิมิ สาวๆกลิ่นแรง และจะมี Sex แบบให้เสร็จไปที บางรายถึงกับหมดอารมณ์กันเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นแฟน หรือสาวที่มี sex กันบ่อยๆ พอเริ่มมีกลิ่น หนุ่มๆก็จะบอกแฟนไปตรงๆ ให้ปรับปรุงเรื่องกลิ่น เพราะฉะนั้นสาวๆ อย่างปล่อยให้ต้องหนุ่มๆมาเตือนเรานะ

วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้ ช่องคลอดมีกลิ่นหายไป ด้วย การดูแลรักษาจุดซ่อนเร้น ผลิตภัณท์ ลิลลี่ไวท์ เจล (Lily White Gel) ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ feminine hygiene เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษาสมดุล pH balance (ความเป็นกรดและด่าง) ของจุดซ่อนเร้น ซึ่งความไม่สมดุลในจุดซ่อนเร้นส่งผลให้ น้องสาวจิมิ ของเรา เกิดปัญหา ตกขาว มีกลิ่น คัน ได้ ทั้งนี้ในจุดซ่อนเร้นของเรานั้น มีแบคทีเรียประจำถิ่น ซึ่งเป็นมิตรกับจุดซ่อนเร้น ค่อยทำหน้าที่ปกติน้องสาวจิมิไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ แต่ถ้าหากในจุดซ่อนเร้นของเราเสียสมดุลไป แบคทีเรียประจำถิ่นเหล่านี้ก็จะอ่อนแอลงการทำหน้าที่ปกป้องก็จะลดน้อยลง นำพามาซึ่งความผิดปกติของช่องคลอด เช่น ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นแรง คัน การติดเชื้อได้ง่าย และอื่นๆ

ธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นนั้นเป็นบริเวณที่จะมี แบคทีเรียประจำถิ่น (แบคทีเรียชนิดดีในตระกูล Lactobacillus) อาศัยอยู่ ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้จะเป็นแบคทีเรียที่ดี และเป็นมิตรกับจุดซ่อนเร้น แบคทีเรียชนิดนี้จะทำหน้าที่สร้างกรดแลคติก เพื่อทำให้ระบบนิเวศภายในช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ (pH3.8-4.5) ซึ่งสภาวะความเป็นกรดอ่อนๆ นี้ มีความเหมาะสมต่อการเติบโตของแบคทีเรียที่ดี และจะควบคุมไม่ให้เชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียอันตรายที่ก่อให้เกิดปัญหา เจริญเติบโต มาเป็นปัญหาต่อจุดซ่อนเร้นของเราได้ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญต่อการรักษาสมดุล ( pH balance) ในช่องคลอดเป็นอย่างมาก

แล้ว สาเหตุใดบ้างละ ที่จะทำให้จุดซ่อนเร้น หรือช่องคลอดของเรานั้นเสียสมดุล pH balance ไป

การมีประจำเดือน ในช่วงที่เรามีประจำเดือนมานั้น เลือดที่ออกมาจะมีค่าความเป็นด่างสูงกว่าธรรมชาติของจุดซ่อนเร้น อย่างมาก (pH7.4) จึงทำให้สภาวะความเป็นกรดอ่อนๆ ลดลง แบคทีเรียตัวร้ายจึงเพิ่มจำนวนขึ้น และนำไปสู่กลิ่นที่ผิดปกติได้

การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน น้ำอสุจิของท่านชายจะมีความเป็นด่างเล็กน้อย (pH 7.2-8) เมื่อตกค้างอยู่ในช่องคลอด จะไปลดสภาวะความเป็นกรดตามธรรมชาติของจุดซ่อนเร้นได้เช่นเดียวกัน และทั้งนี้ หากท่านชายที่เรามีเพศสัมพันธ์ด้วย

ไม่ได้รักษาความสะอาดของอวัยวะเพศของเขาให้ดีพอ เมื่อมีเซ็กซ์กัน มีการสัมผัสของอวัยวะเพศหญิงกับสิ่งสกปรกที่หมักหมมใต้หนังหุ้มปลายองคชาติ ของท่านชาย ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นได้

การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะไปทำลายแบคทีเรียที่ดีที่อาศัยอยู่ในบริเวณจุดซ่อนเร้นได้ จึงทำให้การสร้างกรดแลคติกตามธรรมชาติลดลง

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ส่งผลให้ความเป็นกรดอ่อนๆ ของบริเวณจุดซ่อนเร้นเปลี่ยนไปด้วย โดยจะมีความเป็นด่างมากขึ้น (pH 6-7.5 )

การรับประทานอาหารที่ไม่เป็นมิตรต่อจุดซ่อนเร้น อาหารที่มีสภาวะความเป็นกรดสูง **ของหนักดอง **อาหารรสจัดและมีกลิ่นฉุนอย่าง กระเทียม แกงกะหรี่ ปลาร้า ปูดอง ปลาเค็ม **อาหารทะเล เครื่องเทศ ในอาหารทะเลและเครื่องเทศจะมีสารเคมีที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการตกขาวและอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ **หัวหอม เนื้อแดง นมเนย หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ และแอลกอฮอล์ จะทำให้ความเป็นกรดด่างเสียความสมดุล ซึ่งช่วงเวลานั้น ๆ อาจจะทำให้เชื้อโรคและสิ่งสกปรกต่าง ๆ เข้าสู่น้องสาวได้ง่ายขึ้น **น้ำตาล การกินน้ำตาลมาก ๆ จะยิ่งไปเพิ่มโอกาสการติดเชื้อราได้ง่าย โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีน้ำตาลในเส้นเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงมาก ดังนั้นควรรับประทานน้ำตาลให้เหมาะสม ซึ่งในแต่ละวันรับประทานประมาณ 6 ช้อนชาก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ทั้งนี้ทานแต่พอดีนะค่ะ ไม่มากไป ไม่ทานติดต่อกันจะเป็นปัญหาต่อน้องสาวจิมิ ของเรา

ลิลลี่ไวท์ เจล (Lily White Gel) ผลิตภัณฑ์เจลสมุนไพรที่ผสานพลังคุณค่าจากธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยทำความสะอาด พร้อมบำรุง และดูแลความสมดุลในช่องคลอดได้ดีมากๆ เมื่อในช่องคลอดมีความสมดุลแล้ว ก็จะทำให้แบคทีเรียที่ดีทำหน้าที่ปกป้องจุดซ่อนเร้นได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ร่างกายดูแลตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้นปัญหา ตกขาว มีกลิ่นแรง อาการคัน ก็จะหมดไป ปัญหาการติดเชื้อได้ง่ายก็จะลดน้อยลง เพราะเรามีทหารที่เข้มแข็งคอยดูแลน้องสาวจิมิ ของเราอยู่นั้นเอง